“ตามหาสมบัติใต้ดิน” กันในเมืองลำปาง

“ตามหาสมบัติใต้ดิน” กันในเมืองลำปาง

13/06/19 1:07 pm

Share This :

 

เมื่อไปเป็นเด็กเลี้ยงมาเรียบร้อยแล้ว ภารกิจถัดไปของเราคือ “ตามหาสมบัติใต้ดิน” กันในเมืองลำปาง ค่ะ

เราไปตามหาสมบัติใต้ดินอย่างแรก กันที่ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี พิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวของการทำชามตราไก่และเครื่องเซรามิค ที่เป็นผลิตภัณฑ์ชื่อดังประจำจังหวัด ใครๆ ถ้าผู้ถึงชามตราไก่ก็ต้องนึกถึงลำปาง  ด้วย “ดินขาว” สมบัติใต้ดินชนิดแรกของลำปาง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตชามตราไก่นั้นเอง

347633 347634

พี่เจ้าหน้าที่ได้พาชมพิพิธภัณฑ์ฯ ซึ่งเป็นส่วนการให้ความรู้ของโรงงานธนบดีสกุล  เราได้ย้อนอดีตไปดูจุดเริ่มต้นของชามตราไก่ในยุคบุกเบิก ยันถึงปัจจุบันนี้ ตรงตัวพิพิธภัณฑ์เองเป็นโรงผลิตชามตราไก่ที่ปัจจุบันก็ยังทำกันอยู่ค่ะ เราได้เห็นตั้งแต่กระบวนการขึ้นรูปชาม แต่งชาม การลงสี วาดตราไก่ ลงลวดลาย และการเผาชาม ซึ่งมีเตามังกรโบราณที่ใช้กันตั้งแต่เริ่มต้น ปัจจุบันไม่ได้ใช้เตานี้แล้วค่ะ ใช้เป็นเตาแก๊สแทน แต่ทางพิพิธภัณฑ์ยังคงเก็บเตาโบราณนี้ไว้ให้ลูกให้หลานได้ดูกัน นอกจากขั้นตอนการผลิต เรายังได้เห็น ชามตราไก่จิ๋ว ชามทองคำ ชามที่บางที่สุด รวมทั้งการผลิตถ้วยตะไลที่ไว้ใส่ขนมถ้วยอีกด้วยค่ะ

347630

ขั้นตอนที่เด็กๆ ตั้งใจดูกัน ก็คือ การวาดไก่ลงชาม เด็กๆ ตั้งใจดูกันที่เดียว เพราะหลังจากดูพิพิธภัณฑ์ฯกันเสร็จแล้ว เราก็ไปลงมือเพ้นท์ชามตราไก่กันค่ะ  สำหรับชามตราไก่ที่ธนบดีฯ จะเป็นชามวาดด้วยมือทุกใบ ปัจจุบันจะมีเพียงคุณยุพิน เจ้าของพิพิธภัณฑ์ฯ และคุณป้า ที่นั่งวาดชามแต่ละใบได้อย่างเหมือนกันเปี๊ยบ ยังกับพิมพ์ภาพกันเลย

สีที่ลงเป็นสีน้ำที่หลังจากลงสีเสร็จ ทางโรงงานจะนำไปอบและชามที่ลงสีนั้น สามารถนำไปใช้ได้ เข้าไมโครเวฟได้ ไม่มีอันตรายค่ะ งานนี้ ทั้งเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่คุณยาย ก็ลงมือสร้างสรรคชามตราไก่สไตล์ของตัวเอง จึงได้รู้ว่า การลงสีบนชามจริงๆ ไม่ใช่เรื่องงานอย่างที่เราเห็นคุณป้าทำกันในโรงงานเลย

347656 347657 347658

347631 347632

สมบัติใต้ดินอย่างที่ 2 เราไปตามหากันในเช้าวันที่ 2 ของการเดินทาง ที่ พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองลิกไนต์แม่เมาะ)  ด้วยเพราะบริเวณแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เป็นแหล่งที่มีถ่านหินลิกไนต์ที่ใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน เราจึงไปเรียนรู้ที่มา กระบวนการผลิตไฟฟ้า และประโยชน์ของพลังงานถ่านหินลิกไนต์ และพลังงานประเภทอื่นๆ กันค่ะ ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ฯ ก็จะมีการแสดงแสงสี interactive ในแต่ละห้องแสดงความรู้ น่าเสียดายที่หนัง 4D เกิดเสียกระทันหัน จึงอดดูกันในครั้งนี้ ปิดท้ายความรู้ด้วยความสนุก เราให้เด็กๆ ได้ไปเล่นสไลเดอร์ ที่ลานสไลเดอร์ ซึ่งเป็นจุดที่เคยขุดเอาถ่านหินมาใช้แล้ว มาปรับปรุงปลูกหญ้าทำเป็นลานสไลเดอร์ และสวนสาธารณะค่ะ

สมบัติใต้ดินอย่างที่ 3 เรามุ่งหน้าไปที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนค่ะ นั่นก็คือ น้ำแร่จากบ่อน้ำพุร้อนค่ะ เราพาเด็กๆ มาเรียนรู้เรื่องน้ำแร่ บ่อน้ำพุร้อน และทดลองสานตะกร้าต้มไข่กับคุณลุงมน ลุงใจ และลุงเย็น ผู้ใหญ่ใจดีจากชุมชนแจ้ซ้อนที่มาช่วยสอนพวกเราค่ะ ซึ่งเห็นว่าน่าจะดูสานไม่ยากเพราะตะกร้าละไม่กี่สิบบาท พอทดลองทำกันจริง แม่ๆ และคุณยายก็ออกอาการมึนกันที่เดียว จนพี่ๆ อุทยานฯก็ลงมาช่วยสอนกันค่ะ สรุปพวกเราลงความเห็นว่า เราควรอุดหนุนตะกร้าคุณลุงกันแทนดีกว่า จากนั้นก็เอาไข่ไปต้มกันที่บ่อน้ำพุร้อน ได้เข้าใจว่าทำไมแต่ละบ่อถึงมีสีที่แตกต่างกัน จากนั้น เด็กๆ ก็ขอสนุกแก้ร้อนกับลำธารของน้ำตกแจ้ซ้อน ในขณะที่พ่อๆแม่ๆ และคุณยายหาที่เหมาะ แช่เท้ากันค่ะ ^^

เราปิดท้ายวันด้วยนี้ ด้วยนิทานใต้ดวงดาว ก่อนเข้านอนที่อุทยาน ก่อนเดินทางต่อไปค่ะ

เช้าวันสุดท้ายของทริปนี้ เราตื่นมากับอากาศเย็นๆ ในอุทยานฯ ทานอาหารเช้ากันเสร็จ เราก็ออกเดินทางกันต่อ จุดหมายถัดไป ไม่ใช่สมบัติใต้ดิน แต่เป็น Unseen อยู่บนยอดเขาค่ะ ใช่ค่ะ เรากำลังจะไปที่ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ หรือชื่อเดิมเรียกว่า“วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง” อยู่ที่ อำเภอแจ้ห่ม ซึ่งพวกเราจะพาเด็กๆ ปีนเขา (ประมาณ 800 เมตร) กันขึ้นไป งานนี้ขอทดสอบความอดทน และกำลังขาของทั้งเด็กๆและผู้ใหญ่ทุกคน เพื่อไปชมความงาม และความมหัศจรรย์ของเจดีย์สีขาวที่อยู่บนยอดเขา ทางขึ้นเล่นเอาเหงื่อแตก ขาสั่นโดยทั่วกัน พวกเราและคุณยายค่อยๆ ขึ้นกันไปไม่รีบร้อน สุดท้ายก็มาถึงครบทุกคน^^

เรานำดอกไม้กับธูปไปไหว้พระีที่ศาลาปฏิบัติธรรม เมื่อพักหายเหนื่อยกันแล้ว พี่เพิ้งกี้ชวนเด็กๆ สวดมนต์ ไหว้พระ นั่งหลับตาสงบนิ่งเพื่อฟังเสียงรอบข้าง จากนั้นทำกิจกรรมนำสติ ให้เด็กนั่งเป็นวงกลมส่งแก้วน้ำให้กันห้ามน้ำหก รอบแรกง่ายหน่อย เพราะน้ำแค่ครึ่งแก้ว รอบถัดมา น้ำเต็มแก้ว เด็กๆ ต้องตั้งใจและมีสติในการส่งน้ำให้กับเพื่อน รอบสุดท้าย เป็นเทียนไข ห้ามให้เปลวไฟดับ เด็กๆ เพิ่มความตั้งใจขึ้นและก็ทำได้ทุกคนค่ะ แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เด็กๆ ได้ทำอะไรช้าลง และกลับมามีสติกับตัวเอง ขาลงเด็กๆ จึงได้เฉาก๋วยนมสดเป็นรางวัล

จากนั้นเรากลับเข้าเมือง แวะทานอาหารกลางวันที่โอชาวัฒนา ร้านอาหารชื่อดัง

เหนื่อยกันมาทั้งเช้าแล้ว เราขอไปพัก ทำสปาเซรามิค ที่ชุมชนศาลาบัวบกกันค่ะ เป็นสปาเท้าสมุนไพรที่มีลูกเซรามิคกลมๆ ทั้งเล็กและใหญ่ ให้เท้าของเราถูๆ เป็นการกระตุ้นประสาท และน้ำต้มสมุนไพรหอมๆ ถูกใจทุกวัยจริงๆ  จากนั้น เราก็มาทำลูกประคบ ซึ่งจะแตกต่างกับที่แม่จุ๊บเคยทำมาที่จังหวัดอื่นๆค่ะ เพราะเน้นเป็นธัญญาพืช ถั่วหลากสี สมุนไพรไทย และมีเม็ดเซรามิคเล็กๆ ด้วยค่ะ ซึ่งสูตรนี้จะใช้ไมโครเวฟในการทำให้ร้อนได้อย่างเดียวค่ะ เอาไปนึ่งไม่ได้เพราะจะขึ้นราค่ะ คุณลุงคุณป้าช่วยสอนวิธีการมัดลูกประคบให้แน่นและสวย พอทำเสร็จก็สามารถนำกลับไปใช้ที่บ้านได้ค่ะ  จากนั้น เราก็มาย้อมผ้าสำหรับทำลูกประคบเป็นลวดลายต่างๆ เพื่อเอาไว้ให้กลุ่มถัดไป ระหว่างที่ย้อมผ้า พ่อๆแม่ๆ ก็ไปนวดประคบกับคุณน้าคุณป้าในชุมชน คลายขาตึงจากที่ขึ้นเขากันไปได้ดีที่เดียว ก่อนเดินทางกลับ เราทานขันโตก มีวงเด็กๆ ด้วย

 

ถึงเวลาที่เราต้องเดินทางกลับกัน แต่มิตรภาพจากในทริปเพิ่งเริ่มผลิบาน เด็กๆ กลายมาเป็นแก๊งเล่นด้วยกัน พ่อๆแม่ๆ กลายมาเป็นกัลยณมิตรที่ดีกัน

 

พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา เวลา 9.00 – 17.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 054 354 011-2 ต่อ 103

https://www.dhanabadee.com/th/

 

พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองลิกไนต์แม่เมาะ) จ.ลำปาง

https://maemohmine.egat.co.th/museum/index.html

เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์

TEL : 0-5425-4930

 

Comments

Powered by Facebook Comments

พาลูกเที่ยวดะอื่นๆ