ตะลุยเขาใหญ่ “พาลิงบุกป่า ศึกษาดูแมลง”

ตะลุยเขาใหญ่ “พาลิงบุกป่า ศึกษาดูแมลง”

23/11/16 6:16 am

Share This :

ตะลุยเขาใหญ่ “พาลิงบุกป่า ศึกษาดูแมลง”

img_0002

ช่วงนี้ บรรดาฝูงลิงสนใจเรื่องแมลงเป็นพิเศษ แม่ๆเลยจัดซะ พาไปเข้าค่ายศึกษาดูแมลงที่เขาใหญ่กับ อ.วัชระ ซะ 1 คืน

img_99941

 

โปรแกรมคร่าวๆ(แบบย่อ) ที่จะพาลิงๆไปลุยกันตามนี้ เลยนะครับ

วันที่ 1

10:00 ถึงที่พัก พักผ่อน ฟังความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับป่าเขาใหญ่

13:00 เดินป่าสำรวจพรรณไม้ มอส, เฟิร์น, ไลเค่น ศึกษาเรื่องการอุ้มน้ำในป่าแหล่งน้ำธรรมชาติเกิดขึ้นได้อย่างไร

15:30 กลับที่พักทำงานศิลปะ และ บันทึกเรื่องราวต่างๆที่ได้พบ

19:00 ส่องสัตว์

วันที่ 2

8:00 ออกเดินทางไปผาตรอมใจ และ ผาเดียวดาย เรียนรู้เรื่องพันธุ์ไม้ และ ผีเสื้อ

10:00 บันทึกเรื่องราวประทับใจ

13:00 พูดคุยให้เด็กๆได้นำเสนอความประทับใจในธรรมชาติ และ สิ่งที่ได้เรียนรู้

14:30 เดินทางกลับกรุงเทพ

img_0024

ด้านบนคือโปรแกรมที่ได้มาครับเรามาลุยกันเลยดีกว่า

ก่อนที่จะได้ไปเขาใหญ่ครั้งนี้ ก็ได้มีการเล่าให้เด็กๆฟังว่าเราจะไปไหน ทำอะไรบ้าง ก็พูดคุยเรื่องการเตรียมตัว จัดกระเป๋าโดยให้แต่ละคนจัดเป้ของตัวเอง ทั้งดินสอ ดินสอสี สมุดบันทึก หมวก กระติกน้ำ ไฟฉาย ก็สนุกกันตั้งแต่ก่อนไปแล้วครับ พอถึงวันไปเด็กๆพอได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกก็ตื่นกันตั้งแต่เช้า แบบไม่ต้องเรียกกันเลยทีเดียว แม้แต่เจ้าตัวเล็กชบาก็แทบจะดีดขึ้นมาจากเตียง  เราใช้เวลาเดินทางจากบ้านไปเขาใหญ่ประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าก็ถึงที่พัก

ที่พักครั้งนี้ อยู่ที่ค่ายสุรัสวดี (เขาใหญ่) ที่พักเป็นห้องนอนรวม เตียง 2 ชั้น นอนกันได้หลายสิบคนทีเดียว (พ่อแม่แอบนึกในใจว่าจะได้นอนกันมั๊ยเนี่ย ^^’) พอไปถึงที่พักก็มีกวางเดินมาต้อนรับถึงที่ เด็กๆก็เข้าไปดูแต่พ่อแม่ต้องคอยเตือนคอยระวังเหมือนกันเพราะเป็นกวางตัวผู้เขายาวทีเดียว กลัวว่ากวางจะตื่นตกใจ ด้านหลังที่พักมีลำธารเล็กๆ น้ำเชียวอยู่เหมือนกันครับ เด็กๆถ้าจะเล่นต้องมีผู้ปกครองอยู่ด้วย แต่น้ำใสน่าเล่นมาก (พ่อๆก็มีแอบลงไปเล่นเหมือนกัน ^^)

img_0029

พอรวมตัวเสร็จ อาจารย์ ก็มาพูดคุยเล่าเรื่องป่าเขาใหญ่ให้พ่อแม่ และ เด็กๆได้ฟัง และ พูดถึงระเบียบการเดินป่าเขาใหญ่ พอได้เวลาก็เกณฑ์กันขึ้นรถไปเดินป่าที่กม.33 จุดหมายแรกของวัน

img_0001

img_0003

พอถึงกม.33 ก็มีการตกลงกับเด็กๆ มีเจ้าหน้าที่ เดินนำ และ ปิดท้าย ไม่น่าเชื่อว่าการเดินเข้าไปเพียงแค่ 1 กิโลได้เจออะไรมากมาย สิ่งที่ทำให้เด็กๆตื่นเต้นกันมากคือต้นไม่ที่มีรอยกงเล็บหมี อาจารย์ ชี้ ให้ดูรอยเล็บยังใหม่ๆอยู่เลย เป็นรอยเล็บที่หมีปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อไปกินรังผึ้ง

img_9999

img_9995

ผ่านมาซักพักก็เจอหลุมหมูป่าที่ หมูป่าขุดไว้ ทางพี่ๆเจ้าหน้าที่ก็อธิบายว่าดูยังไงถึงรู้ว่าเป็นหลุมหมูป่า ตลอดทาง อาจารย์ก็จะเล่าเรื่องพันธุ์ไม้ สัตว์ แมลง ต่างๆที่ได้พบเจอเด็กๆ รวมถึงพ่อแม่ก็ได้ความรู้ไปเต็มๆ

img_0026

img_0043

img_0047

ส่วนตัวเมื่อก่อนตอนเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติก็ไม่เคยสัมผัสอารมณ์แบบนี้  ยังงงกับตัวเองด้วยซ้ำว่าดูอะไรอยู่ พอมีโอกาสได้ไปแบบนี้ทำให้ต้องสังเกตทุกอย่าง แม้กระทั่งสิ่งเล็กๆ ก็มีความแปลกสวยงามต่างกันไป รู้สึกสนุกมากๆ เด็กๆก็ไม่ต่างกันรู้สึกตื่นเต้นสนุกทุกครั้งที่ได้เจออะไรแปลกๆใหม่ๆ

img_0048

เราใช้เวลาอยู่ในป่าประมาณ 2 ชั่วโมงกับการเดินเพียง 1 กิโลเมตร ขากลับผมพาเจ้าตัวเล็กชบาเดินหลังสุดเพราะ she เดินแล้วชี้ให้ดูนู้นดูนี่ ตลอดเวลาทำให้ไม่ทันเพื่อนๆพี่ๆ แต่ก็มีพี่เจ้าหน้าที่ปิดท้ายให้กันหลง

img_0009

img_0004

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันครับว่าระยะทางห่างจากถนนเพียงแค่ 1 กิโลเมตรเดินกลับผิดทางครับ หลงหาทางกลับไม่ถูกต้องให้พี่เจ้าหน้าที่บอก เลยเข้าใจแล้วว่าการเดินป่าที่เค้าบอกหลงป่าเป็นยังไง เพราะพอถึงทางแยกเราอาจจะสับสนได้ว่าจะเดินไปทางไหนเพราะมองไปก็เหมือนๆกันหมด สรุปแล้วเดินกลับคนละทางกับขามาครับ แต่ถึงรถโดยสวัสดิภาพครับ ^^

กลับมาถึงที่พัก อาจารย์ ก็ให้เด็กๆรวมกลุ่มกันเล่าว่าเจออะไรมาบ้าง และ วาดรูป บันทึกลงสมุด ก็สนุกสนานดีครับ เสร็จจากกิจกรรมก็พักผ่อนเตรียมตัวไปส่องสัตว์กลางคืนกัน

img_0013

img_0010

img_0008

img_9997

ถึงเวลา 19:00 ตามเวลาที่นัดหมาย ก็เกณฑ์เด็กๆขึ้นรถ เนื่องจากไปกันเยอะครับเลยกระจายไปตามรถกระบะที่ทางเจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ ช่วงเวลานี้ เด็กๆแต่ละคนก็ถือไฟฉายคนละอัน (จริงๆไม่ได้ใช้ครับ บนรถจะมีสปอร์ตไลท์ที่เจ้าหน้าที่คอยส่องให้ดูเวลาเจอสัตว์) คืนนั้นรถเยอะเนื่องจากเป็นวันเสาร์ เลยไม่ค่อยได้เจอสัตว์อะไร ส่วนใหญ่จะเจอแต่กวาง แต่คันที่ไปพี่เจ้าหน้าที่น่ารักมีเรื่องเล่าให้ฟังตลอด ทั้งเรื่องประวัติความเป็นมาของเขาใหญ่ เล่าไปก็ถามเด็กๆไปเป็นระยะให้เค้าได้ความรู้ แถมพี่เจ้าหน้าที่ยังสองให้เด็กๆดูรอยเท้าสัตว์ตามถนน และ บอกวิธีสังเกตว่าเป็นรอยเท้าสัตว์อะไร กำลังเดินไปทางไหน เด็กๆก็เลยสนุกถึงแม้จะไม่ค่อยได้เจอสัตว์เท่าไหร่ พอกลับถึงที่พัก อาจารย์ ก็ขอให้เด็กๆนอนเร็วเพราะต้องตื่นแต่เช้าตอนตี 5 ครึ่ง เพราะช่วงเช้าแมลงจะเยอะครับสามารถหาดูได้ง่าย แต่การกล่อมให้ฝูงลิงหลับในห้องรวมที่มีเตียง 2 ชั้นนี่สิ หึหึ….

วันที่ 2 เสียงนาฬิกาปลุกตอน 5:15 พ่อแม่ยังไม่ทันตื่นเสียงเจี๊ยวกันเลยทีเดียว เด้งกันทั้งฝูง ตื่นมายังไม่ทันล้างหน้าแปลงฟันก็วิ่งถือไฟฉายลงไปข้างล่างแล้ว

img_0018

img_9989

พอเด็กๆลงไปก็เจอ อาจารย์ นั่งรออยู่แล้วครับ ก็ปล่อยให้ส่องแมลงกันพักนึง

img_9985

ก็พามาล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็ลงไปดูแมลง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น ด้วง ผีเสื้อ ตั๊กแตน แมงมุม ที่เด็กๆจับมาใส่กล่อง มานั่งเปิดหนังสือดูกันว่ามันคือตัวอะไร พันธุ์อะไร บ้างก็นั่งวาดรูป แมลงที่จับได้ พ่อแม่ลงมาเห็นยิ้มกันแก้มปริทีเดียว เป็นภาพที่น่ารักมากครับ เด็กๆเหมือนตั้งใจศึกษากันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง

olympus-1

พอฟ้าสว่างก็จัดแจงทานอาหารเช้า และ เตรียมตัวไปผาตรอมใจ และ ผาเดียวดาย เพื่อศึกษาธรรมชาติกันต่อเราใช้เวลาเดินทางไม่นานก็ถึงผาตรอมใจ ข้างๆลานจอดรถมีเสาไฟฟ้าต้นนึงครับ มีมอธ (ผีเสื้อกลางคืน) เกาะเต็มไปหมด เข้าใจว่ามันคงอุ่นหรือเปล่าเลยมาเกาะกันเยอะขนาดนี้

img_9991

img_0030

img_0021

img_0051

เด็กๆก็สนุกกันใหญ่ครับเพราะมอธเยอะมากจริงๆมีหน้าตาแปลกๆ แล้วก็ยังเจอมอธยักษ์ตัวเท่าฝ่ามือเด็ก

img_9987

บางตัวก็พลางตัวไปกับเสาไฟฟ้าแทบจะมองไม่ออก เรายืนกันอยู่รอบเสาไฟฟ้าฟังอาจารย์ชี้ ให้ดูมอธแต่ละชนิดอยู่นานมากระหว่างนั้นก็เจองูเขียว

img_9990

อาจารย์ เลยจับขึ้นมาให้เด็กๆดู เด็กๆก็ตื่นเต้นกันใหญ่ ส่วนแม่ๆบางคนก็กลัวก็ถอยหนีครับ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปกัน

img_9988

img_9986

เราอยู่ที่ผาตรอมใจกันพักนึงก็ขับรถกลับลงมาที่ผาเดียวดาย

ที่ผาเดียวดายจะเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่มีการทางเป็นทางเดินปูไม้เรียบร้อย

img_0007

img_0011

ต่างกับ กม.33 ที่เป็นทางเดินธรรมชาติจริงๆ ที่นี่เด็กๆก็ได้รู้จักพันธุ์ไม้ต่างๆ ซึ่งบางครั้งถ้าเราไปเองเราก็อาจจะไม่ทันสังเกตุ เช่น กล้วยไม้จิ๋ว

img_0049

img_0042

img_0028

จิ๋วจริงๆครับเล็กมากๆ กุหลาบพันปีที่ขึ้นตามหน้าผา มอส เฟิร์น ต่างๆ ที่ชบาชอบมากคือเถาวัลย์น้ำซึ่งเราสามารถหามาเพื่อดื่มน้ำแก้กระหายได้ในกรณีที่เราเดินป่า ตรงสุดทางเดินที่ผาเดียวดายจะเป็นจุดชมวิว เป็นหินยื่นไปบนหน้าผาสวยมากครับ

img_9992

img_0005

img_0027

ต้องคอยกันเด็กๆให้ห่างๆไว้ ตรงจุดนี้ เราก็ให้เด็กๆได้นั่งพักชมธรรมชาติ และ อาจารย์ก็ได้หยิบหินดินดานสีแดงมาฝนกับน้ำแล้ววาดรูปให้เด็กๆดู บางคนก็เอามาเพ้นท์หน้า เด็กๆก็ได้ความรู้เรื่องหินดินดานซึ่งที่นี่จะมีอยู่ 2 สีคือแดง และ เหลือง เป็นหินที่มนุษย์โบราณใช้วาดรูปตามผนังถ้ำ

img_0044

img_0006

img_0046

ก่อนกลับก็มีการเก็บหินมาด้วยนิดหน่อยเพื่อนำมาวาดรูปต่อที่บ้านพัก

บทสุดท้ายก่อนกลับบ้าน เด็กๆได้บันทึกชื่อสัตว์ต่างๆที่ได้พบในวันนี้  เด็กบางคนชอบวาดรูปก็หยิบหนังสือมาหารูปสัตว์ตัวที่ตัวเองเจอแล้วก็นั่งวาดไปด้วยเป็นบรรยากาศน่ารักๆดีครับ สุดท้ายก็มาแชร์กันว่าใครเห็นตัวอะไรบ้าง ที่สำคัญก่อนกลับก็บอกให้เด็กๆนำแมลงต่างๆที่ได้มาไปปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ

img_0019

img_0012

img_0023

img_0022

img_0052

img_9993

img_0050

สรุปจบทริปนี้ ประทับใจมากครับ สนุกได้ความรู้เด็กบางคนไม่ชอบแมลงก็ได้ยินว่ากลับมาถึงก็บอกแม่ว่าอยากไปอีก สนุกรู้จักแมลงเยอะขึ้น ส่วนพวกลิงๆขาประจำไม่ต้องพูดถึงกลับมาไม่ทันไรก็ถามว่าเมื่อไหร่จะไปอีก…..เขาใหญ่มรดกโลก

img_0045

img_0025

img_9996

img_0020

img_9998

พ่อบอมบ์#พาลูกเที่ยวดะ

Comments

Powered by Facebook Comments

พาลูกเที่ยวดะอื่นๆ