หนาวแล้วหนาวแล้ว พาลูกเที่ยวที่ บ้านแม่แมะ เชียงดาว

หนาวแล้วหนาวแล้ว พาลูกเที่ยวที่ บ้านแม่แมะ เชียงดาว

20/12/16 3:27 pm

Share This :

หนาวแล้ว หนาวแล้ว ถึงเทศกาล พาลูกเที่ยวดะ… กันอีกครั้ง รอบนี้พาเด็กๆไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ บ้านแม่แมะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ครับ

ว่าแล้วลุยกันเลยครับ รอบนี้เนื่องจากอยากพาเด็กๆนั่งรถไฟไปเที่ยวกันเราเลยไม่ได้ขับรถไป  ไปถึงเชียงใหม่ก็ไปรับรถจาก AVIS ที่ติดต่อจองไว้ ที่สนามบิน counter ใกล้ทางออกสนามบิน รับรถง่ายไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ แค่แสดงเลขรหัสการจองที่ได้ทาง SMS พร้อมใบขับขี่ ติดต่อไม่นานก็ได้รถมาขนลิงๆไปเที่ยวกัน (แนะนำว่าควรจองแต่เนิ่นๆ ถ้าต้องการรถตู้ หรือรถขนาดใหญ่)

ตอนแรกก็ค่อนข้างกังวลเหมือนกันเพราะไม่เคยไปเชียงดาวเลย ไม่รู้ว่าถนนหนทางเป็นยังไง กลัวรถที่ได้มาจะไม่ไหวเพราะไม่ใช่รถเราเอง แต่พอไปรับรถก็เบาใจครับ รถของ AVIS  ทั้งหมด 3 คัน สะอาดและใหม่มาก เลยโล่งอกหายห่วงไปครับ.. พอได้รถเราก็เริ่มเที่ยวกันเลยค่อยไปพักกันตอนค่ำๆก็แล้วกัน ^^

ระหว่างเดินทางไปจุดหมายปลายทางที่บ้านต้นไม้ แม่แมะ เราก็แวะเที่ยวกันที่ปางช้างแม่แมะ ที่นี่มีสะพานเชือกให้เดินข้ามลำธารเพื่อเข้าไปนั่งช้าง นั่งแพครับ วิวสวยเลยทีเดียวแต่เราไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรกันที่นี่อยู่กันแป๊ปเดียว (แพแอบแพงไปนิ๊สสส เลยไม่เอาดีกว่า) ออกจากปางช้างก็ไปต่อกันที่ถ้ำเชียงดาว ซึ่งไม่ไกลกันมากครับขับรถไม่นานก็ถึง

%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%871 %e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%872 %e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%873 %e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%874

ถ้ำเชียงดาว

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าผมเองเป็นคนที่ไม่ชอบเที่ยวถ้ำ ไม่เคยรู้สึกว่ามีอะไรน่าสนใจ มืดๆทึบๆ แต่ถ้ำเชียงดาวต่างออกไป ถ้ำนี้ทั้งลึก และ ใหญ่มาก ลึกเกือบ 1 กิโลเมตร เป็นถ้ำที่ต้องยอมรับว่าสวยจริงๆครับ ส่วนตัวมองว่าสวยที่สุดตั้งแต่เที่ยวถ้ำมา

img_2964 img_2965

ไปถึงก็เสียค่าเข้าคนละ 20 บาทอันนี้เด็กไม่คิด และ ไปจ้างไกด์ท้องถิ่นเดินถือตะเกียงนำเข้าชมถ้ำ ภายในถ้ำแห่งนี้จะมีหินงอกหินย้อยสวยงามทีเดียว อีกทั้งยังเป็นถ้ำที่กว้างเหมือนที่บอกไปตั้งแต่แรกครับ เลยดูไม่อับ ไม่ทึบ เราใช้เวลาเดินดูในถ้ำอยู่นานพอสมควร พวกเด็กๆก็สนุกที่ได้เห็นหินงอก หินย้อยแปลกตา ก็ถือโอกาสเล่าให้เด็กๆฟังว่าหินงอกหินย้อยเกิดขึ้นได้ยังไง และ คอยเตือนเด็กๆว่าให้ดูอย่างเดียวอย่าจับเดี๋ยวจะเสียหาย และจะทำให้เค้าหยุดการงอกเพิ่มเด็กๆก็ดูเหมือนจะเข้าใจแต่ก็มีถามต่อว่าทำไม??? เอออออ…ยาวครับเลยบอกว่าเอาไว้ค่อยเล่าให้ฟัง (จริงๆคืออธิบายไม่ถูก ^^’)

img_2747 img_2748 img_2750 img_2841

15355956_350978985266077_1478677677_n 15416986_350978688599440_1970368561_n 15423781_350978705266105_37438559_n 15424654_350978678599441_1381343081_n

15424641_350979038599405_1391200653_n

ภายในถ้ำมีบางช่วงที่ต้องมุดช่องแคบๆต้องย่อตัวมุดถ้ำกันเด็กๆก็เลยสนุกกันใหญ่ พ่อแม่ก็แค่คอยระวังไม่ให้หัวโขกเข้ากับผนังถ้ำเป็นพอ การเดินชมภายในถ้ำก็ไม่ลำบากครับลิงน้อย 4 ขวบทั้ง 3 ตัวผ่านได้สบาย เราใช้เวลาอยู่ในถ้ำพักใหญ่ก็เดินทางต่อยังจุดหมายของเรา…บ้านต้นไม้ แม่แมะ…

บ้านต้นไม้ แม่แมะ…

เราใช้เวลาขับรถจากถ้ำเชียงดาวเพื่อขึ้นบ้านแม่แมะประมาณ 40 นาที ไปตาม GPS ครับ ก็มีแอบงงเล็กน้อยเพราะทางค่อนข้างเล็ก และ ไม่ค่อยมีป้ายบอกจากถ้ำต้องย้อนกลับมาตามเส้น 107 แล้วกลับรถเข้าซอยขึ้นแม่แมะ ขับขึ้นเขามาได้ครึ่งทางก็ถึงทางแยกจะยกโทรศัพท์โทรหาบ้านต้นไม้ที่จองไว้ แม่เจ้า No Service เลยบอกแฟนให้โทรหาหน่อยว่าต้องไปทางไหน?? No Service ด้วย… สรุปในรถทั้ง True, DTAC ไม่มีสัญญาณครับเลยวัดดวงไปทางขวาเพราะดูเหมือนจะเป็นทางหลัก…. รอดครับไปถึงจนได้ ถนนทางขึ้นหมู่บ้านจะเป็นถนนเทปูนครับแต่ค่อนข้างแคบ และ โค้งเยอะต้องระวังกันพอสมควร ถ้ามีรถสวนมาต้องหยุดแล้วค่อยๆสวนไป ถึงทางโค้งก็คอยบีบแตรตลอดกว่าจะไปถึงเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันครับ

*** เอาสรุปเรื่องสัญญาณโทรศัพท์กันก่อนครับ (หลายคนขาดไม่ได้ ^^’) ที่นี่มีแต่สัญญาณของ AIS นะครับค่ายอื่นหมดสิทธิ์

img_2759 img_2763

ถึงที่พัก บ้านต้นไม้ เป็น โฮมสเตย์ เล็กๆไม่ใหญ่แต่สะอาดทีเดียว เรือนที่ไปพักจะมีห้องใหญ่ 1 ห้อง ห้องนี้น่าจะนอนกันได้ 6-8 คนสบายๆ และมีห้องเล็กนอนได้ 3 คนอีก 3 ห้อง ทั้งหมดเป็นห้องน้ำรวม และ เรือนนี้ก็จะเป็นเรือนที่ใช้ทานอาหารเป็นที่นั่งพักชิลล์ๆ มีบริการนวดจากชาวบ้านแถวนั้น ค่านวดก็ชั่วโมงละ 200 ครับ เท่าที่ถามดูทางคุณยายที่มานวดจะได้เต็มไม่มีหัก เหมือนเค้าช่วยๆกัน  บรรยากาศดีมาก สามารถเดินลงไปลำธารเล่นน้ำได้เลย อากาศดี ผู้คนดูเป็นมิตรครับเดินผ่านจะยิ้มให้ตลอด ไปถึงพ่อแม่ก็จัดแจงแยกเก็บของตามห้อง ส่วนพวกบรรดาลิงทั้งหลายก็ไล่จับ ไล่ถ่ายรูปมอธ (ผีเสื้อกลางคืน) ที่มีเยอะมากสนุกกันไป พ่อแม่ก็ขอพักสูดอากาศบริสุทธิ์ให้หายเหนื่อยกันหน่อย

img_2780

img_2934img_2833img_2846

อ้อลืมบอกไป..หน้าทางเข้าบ้านต้นไม้มีต้นไม้ยักษ์อยู่ต้นนึงครับใหญ่มากกกก เท่าที่ประเมินดูลำต้นน่าจะต้องใช้คนอย่างน้อย 5-6 คนในการโอบให้รอบ กิ่งก้านที่แผ่ไปน่าจะกินพื้นที่ร่วม 100 ตารางเมตร ก็พาลิงๆไปดูก็ตื่นเต้นทายกันใหญ่ว่าอายุต้นไม้ต้นนี้น่าจะเท่าไหร่ คงหาต้นไม้ใหญ่ขนาดนี้ยากมากแล้ว

img_2769

img_2970

วันแรกเราไม่ได้มีกิจกรรมอะไรเน้นพักผ่อนจริงๆ ผมมีพาเด็กๆลงไปเล่นน้ำที่ลำธารอยู่พักนึง น้ำใสสะอาด ไม่ลึกครับแค่หน้าแข้งเด็กแค่นั่งแช่ นอนแช่ได้เลยไม่อันตราย แต่……..หนาวมากกกกก…ไม่รู้เหมือนกันว่าลิงทั้ง 3 ตัวที่พาลงไป เล่นกันได้ยังไง… ตกกลางคืนทางที่พักก็ก่อกองไฟให้ผิงแก้หนาว จริงๆก็เอาบรรยากาศครับเพราะช่วงที่ไปอากาศกำลังสบายไม่หนาวมาก ช่วงกลางคืนอยู่ที่ 16-18 องศา กลางวันอยู่แถวๆ 20-22 องศา ถามทางชาวบ้านบอกที่นี้อากาศจะเย็นทั้งปีเพราะมีต้นไม้เยอะ หนาวสุดจะอยู่ที่ 0 องศาครับ หน้าร้อนก็ประมาณ 30 องศา เรียกได้ว่าไม่ร้อน

img_2761 img_2765 img_2766 img_2767 img_2892

ตื่นเช้ามาวันที่สองก็ทานอาหารที่บ้านต้นไม้ ก็มีข้าวต้ม ขนมปังทาแยม ไข่ลวก ก็อร่อยดีครับ ทานเสร็จก็เตรียมตัวเที่ยวน้ำตกกัน การเดินทางไปน้ำตกแม่แมะต้องเดินผ่านป่าไปตามลำธาร ไป-กลับ ประมาณ 6 กิโลเมตรซึ่งต้องมีไกด์ท้องถิ่นพาไป ไกด์ที่จะพาไปวันนี้ก็ ไกด์สาวคำหล้าครับ จะพาเด็กๆเดินไปชมความงามของน้ำตกกัน ก่อนไปก็วัดใจครับคิดอยู่เหมือนกันว่าระยะทางไปกลับ 6 กิโลที่เค้าบอกว่าต้องเดินประมาณ 3-4 ชั่วโมงจะไหวมั๊ย เพราะเรามีเด็ก 4 ขวบ 3 คนที่เหลือก็ 8 ขวบ อันนี้วัดใจครับ คือวัดใจพ่อแม่นะเพราะลูกไม่รู้เรื่องหรอกแค่บอกว่าไปน้ำตกก็ดีใจแล้ว ^_^’ สุดท้ายลุยครับ ก็เตรียมน้ำดื่ม เสื้อผ้า และ สั่งข้าวไปทานมื้อเที่ยงที่น้ำตก ข้าวที่เอาไปเค้าจะใช้ใบตองห่อไปโดย คำหล้า ไกด์สาวของเราจะเป็นคนแบกไปให้ครับ

img_0922

ต้องขอบอกว่าทางเดินไปน้ำตก สวยดีครับได้ชื่นชมธรรมชาติจริงๆแต่…….น่ากลัวพอตัวเลยทีเดียวทางเดินส่วนใหญ่ต้องเดินเลาะหน้าผาฝั่งนึงเป็นภูเขา อีกฝั่งก็จะเป็นคล้ายๆหน้าผาที่มีต้นไม้ปกคลุมอยู่ ที่สำคัญทางเดินแคบมากครับส่วนใหญ่ประมาณ 1 ฟุต ก็ต้องคอยระวังเด็กๆกัน ที่ห่วงก็พวกลิงพี่ เพราะลิงน้องอยู่กับพ่อแม่เราดูแลได้ แต่ลิงพี่เดินตามพี่คำหล้าลิ่วๆเลย พ่อแม่ต้องคอยตะโกนให้ดูทางให้ระวังพลัดตกหน้าผา ที่สำคัญ…ลิงแสบชบาหลับครับคุณเธอบอกเมื่อยเลยหลับซะเลย พ่อเลยต้องทั้งอุ้มทั้งแบกอยู่ร่วมชั่วโมง วัดใจจริงๆ.. แต่การอุ้มตัวเล็กกลับรู้สึกว่าง่ายกว่าจูงเดินเพราะทางส่วนใหญ่ต้องเดินทีละคนเวลาจูงก็ต้องให้เด็กอยู่ด้านหน้า หรือ ด้านหลังทำให้ทุลักทุเลพอสมควรสรุปแล้วถ้ามีแรงอุ้มดีกว่าแต่ต้องระวังอย่างมากกกกกก

img_2771 img_2773 img_2774 img_2775 img_2776 img_2778 img_2779

 

img_2865

img_0862

img_2781-copyimg_2927  img_2782

เราใช้เวลาเดินทั้งผ่านป่า เดินข้ามลำธารประมาณ 2 ชั่วโมงเศษๆก็ถึงน้ำตกครับ น้ำตกแม่แมะเป็นน้ำตกเล็กๆแต่น่าเล่นครับตอนแรกพ่อๆว่าจะเล่นน้ำกับลูกๆแต่ไม่ไหวครับน้ำเย็นมากแต่ลิงๆ บ่ยั่น ลุยกันเต็มที่เล่นได้แป๊บนึงก็พักทานข้าว พอทานเสร็จไกด์คำหล้าก็เอาใบตองที่ห่อข้าวมาทิ้งไว้ในป่าข้างน้ำตก ทำให้เข้าใจแล้วว่าทำไมเค้าใช้ใบตองเพราะถ้าเป็นกล่องโฟมคงต้องแบกกลับ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันครับไม่ทำลายธรรมชาติด้วย ทานข้าวเสร็จนั่งเล่นกันพักนึงก็เดินทางกลับ ใช่เวลาเดินกลับอีกร่วม 2 ชั่วโมงครึ่ง สรุปกลับถึงที่พักก็ 4 โมงเย็นแล้วครับ คำหล้าอยู่กับเราทั้งวันคิดค่าไกด์ 300 พวกเราเลยตัดสินใจให้เพิ่มเพราะเค้าน่ารักมากดูแลอย่างเด็กๆอย่างดี ระหว่างทางกลับก็ผ่านโรงเรียนแม่แมะพบเรื่องน่าประทับใจคือเป็นเวลาพักพอดีเด็กๆออกมาเล่นกัน เวลาเด็กๆเห็นพวกเราเดินผ่านก็จะยกมือไหว้สวัสดี และ ยิ้มให้กันทุกคน อดนึกถึงเด็กๆในเมืองไม่ได้ว่าจะมีแบบนี้ซักกี่คน เราก็ถือโอกาสชมเด็กๆเหล่านั้นให้ลูกๆฟัง ให้เค้าซึมซับเรื่องดีๆค่อยๆปลูกกันไป ^^

img_2777 img_2869 img_2887 img_2890

img_0922

คืนนั้นพ่อๆแม่ๆก็จองนวดกันเป็นแถวหมดแรงไปตามๆกัน แต่ก็สนุกประทับใจมากกับการเดินทางครั้งนี้ และ ได้เห็นว่าลิงพี่ทั้ง 3 เอาตัวรอดได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว…

เช้าวันที่ 3 หลังจากทานอาหารเสร็จก็เก็บของเตรียมตัวกลับมาเที่ยวกันต่อแถวแม่ริม….

3 วัน 2 คืน กับแม่แมะประทับใจมากกับธรรมชาติ ผู้คน วิถีชีวิต ได้คุยกับชาวบ้านเค้าบอกว่าที่นี่มีอะไรก็จะคอยช่วยกัน สัตว์ป่า หรือ แม้กระทั่งปลาที่อยู่ในธรรมชาติเค้าก็จะไม่จับไม่ทำลายธรรมชาติ นี่แหละชุมชนในฝัน ^^

img_2783 img_2855 img_2856 img_2857 img_2876 img_2913img_2882

img_2835

การเดินทางไปบ้านแม่แมะ อ.ชียงดาว

การเดินทางจากสนามบินเชียงใหม่ไปบ้านแม่แมะ สามารถขับรถไปทางแม่ริมแล้วเลยไปตามถนนสาย 107 ยิงยาวประมาณ 70 กิโล แล้ว เลี้ยวซ้ายขึ้นบ้านแม่แมะ ระยะทางจากจุดที่เลี้ยวประมาณ 10 กิโลแต่ต้องขับรถกันประมาณครึ่งชั่วโมงครับเพราะเป็นทางเขาแคบ และ ค่อนข้างคดเคียวครับ

การติดต่อที่พัก

บ้านต้นไม้ (เจ้าของเป็นน้องสาวของอดีตผู้ใหญ่บ้าน) 081-111-5154

และอีกที่นึง เป็นที่พักที่คนในชุมชนช่วยกันสร้าง รายได้แบ่งให้สมาชิกในกลุ่ม เป็นบ้านติดริมน้ำ ติดต่อ ป้าธรรม 082-894-1469 อันนี้ถูกหน่อยแต่บ้านก็ตามสภาพครับ

 

บรรยากาศบ้านป้าธรรมจะอยู่ติดลำธารด้านล่างครับ ส่วนบ้านต้นไม้อยู่ด้านบน

%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1 %e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a11 %e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a12

พ่อบอมบ์

#พาลูกเที่ยวดะ

 

อ่านตอนแรกของทริปพาลูกเที่ยวดะ..เชียงใหม่

พาลิงขึ้นรถไฟขบวนใหม่ รีวิวสำหรับเตรียมตัวเด็กและพ่อแม่โดยเฉพาะ

Comments

Powered by Facebook Comments

พาลูกเที่ยวดะอื่นๆ