พาสามลิงเที่ยวดินแดงไดโนเสาร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์

พาสามลิงเที่ยวดินแดงไดโนเสาร์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์

04/04/17 11:56 am

Share This :

Dinosaur Trip นี้ เริ่มต้นจากความสนใจไดโนเสาร์ของลูกชายคนโต ประกอบกับคุณแม่บังเอิญเห็นโฆษณากิจกรรมในหน้าเพจของพาลูกเที่ยวดะที่ทางพิพิธภัณฑ์สิรินธร เปิดรับสมัครพลพรรครักไดโนเสาร์ เข้าร่วมกิจกรรม “ปิดเทอมเปิดประสบการณ์ เปิดบ้านไดโนเสาร์” จึงโทรไปจองรอบวันที่ 1 เมษายน 2560 โชคดียังไม่เต็ม จากนั้นจัดการซื้อตั๋วเครื่องบิน จองรถเช่า จองที่พัก ศึกษาเส้นทาง ภายใน 3 วันก่อนการเดินทาง ทริปนี้เป้าหมายหลักคือเข้าร่วมกิจกรรมของพิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ แต่เนื่องจากกาฬสินธุ์ไม่มีสนามบิน จึงต้องลงที่จังหวัดขอนแก่น (ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 1.30 ชั่วโมง) แต่ไหนๆ ไปทั้งทีก็ถือโอกาสกระเตงลูกชายทั้ง 3 คน (7-5-3 ขวบ) ตามรอยไดโนเสาร์ที่จังหวัดขอนแก่นไปด้วยเลย

5883331463648

วันที่ 1 : ศุกร์ 31 มี.ค. 2560
Dinosaur Trip เริ่มต้นในวันที่ 31 มีนาคม 2560 พลพรรครักไดโนเสาร์เดินทางถึงสนามบินขอนแก่น ประมาณ 10 โมงเช้า รับรถเช่าที่ Counter ในสนามบิน จากนั้นมุ่งหน้าสู่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง อ.เวียงเก่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชั่วโมง) เพื่อปูพื้นเรื่องราวไดโนเสาร์ให้ลูกๆ ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ พิพิธภัณฑ์ที่นี่มีขนาดเล็กกว่าที่กาฬสินธุ์ เกิดจากการค้นพบแหล่งไดโนเสาร์บนเทือกเขาภูเวียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไดโนเสาร์ซอโรพอด (ไดโนเสาร์กินพืชคอยาว) สกุลและชนิดใหม่จากภูเวียงที่ชื่อว่า ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีขอพระราชทานชื่อชนิดจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ชื่อภูเวียงเป็นชื่อสกุล และใช้นามาภิไธยของสมเด็จพระเทพฯ เป็นชื่อชนิด) ด้านในแบ่งออกเป็น 5 โซน ได้แก่
– โซนที่ 1 : กำเนิดจักรวาล วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต และเรื่องราวของไดโนเสาร์ทั่วโลก

– โซนที่ 2 : ไดโนเสาร์ในแหล่งเทือกเขาภูเวียง เป็นห้องโถงใหญ่จัดแสดงโครงร่างไดโนเสาร์เหล็ก ขนาดใหญ่เท่าตัวจริง กระดูกไดโนเสาร์และแบบจำลองรอยเท้าไดโนเสาร์

– โซนที่ 3 : ห้องปฏิบัติการด้านซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ในจังหวัดขอนแก่น

– โซนที่ 4 : สวนไดโนเสาร์ จัดแสดงหุ่นจำลองเท่าตัวจริงของไดโนเสาร์ทุกชนิดที่พบในประเทศไทย ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของน้ำตกและป่าไม้ หุ่นไดโนเสาร์เหล่านี้ได้แก่ ไดโนเสาร์กินปลาสยาม (Siamosaurus Suteethorni), ไดโนเสาร์ปากนกแก้ว (Psittacosaurus Sattayaraki), ไดโนเสาร์กินพืชภูเวียง (Phuwiangosaurus Sirindhornae), ไดโนเสาร์กินเนื้อไทรันสยาม (Siamotyrannus Isanensis), ไดโนเสาร์กินพืชสยาม (Isanosaurus Attavipachi), ไดโนเสาร์พวกตัวจิ๋วเท่าไก่ (Comsognathus), ไดโนเสาร์นกระจอกเทศ (Gallimimus)

– โซนที่ 5 : ยุคเทอร์เชียรี การใช้ประโยชน์หินแร่ และห้องเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ภายในพิพิธภัณฑ์ไม่มีร้านขายอาหาร มีแต่ร้านขาย snack และเครื่องดื่ม แนะนำว่าควรแวะรับประทานอาหารมาให้เรียบร้อย หรือแวะซื้ออาหารง่ายๆ อย่างข้าวเหนียวไก่ย่างมานั่งรับประทานที่นี่ (ช่วงสามแยกไปภูเวียง มีร้านขายไก่ย่างอร่อยๆ หลายเจ้า) ใช้เวลาเดินชมในพิพิธภัณฑ์ประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง

จากนั้นก็ขับรถกลับมาขอนแก่นเพื่อพาเด็กๆ มากราบพระมหาธาตุแก่นนคร (พระธาตุเก้าชั้น) วัดหนองแวง หนึ่งในสถานที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่น (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชั่วโมง) เพื่อความเป็นศิริมงคล และมุ่งหน้าไปจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อกราบพระธาตุยาคู (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชั่วโมง) หนึ่งในสถานที่สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นสถูปเจดีย์ในสมัยทวาราวดี (ราวพุทธศตวรรษที่ 13 – 15) มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุด ในบรรดาโบราณสถานในเมืองฟ้าแดดสงยาง (บริเวณแถบนี้เดิมเป็นเมืองโบราณ)

เสร็จแล้วก็ตรงดิ่งไปที่ Dino Studio Luxury Homestay (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ที่พักของพวกเราในคืนนี้อยู่ในตัวเมืองกาฬสินธุ์ ตรงวงเวียนไดโนเสาร์ ใกล้ตลาดโต้รุ่งกาฬสินธุ์ (มี Food Court อาหารหลากหลาย และอร่อยใช้ได้) Dino Studio เปิดได้ประมาณ 2 ปี ห้องพักกว้าง ใหม่ สะอาด มีบริการอาหารเช้าง่ายๆ และมีที่จอดรถได้ประมาณ 10 คัน ใครมากาฬสินธุ์แนะนำให้มาพักที่นี่ค่ะ

วันที่ 2 : เสาร์ 1 เม.ย. 2560
Dinosaur Trip วันที่สอง เด็กๆ ตื่นกันแต่เช้า รีบรับประทานข้าวต้มหมู อาหารเช้าง่ายๆ ที่ Dino Studio จัดให้ ล้อหมุน 8 โมงเช้า ออกเดินทางไปสวนไดโนเสาร์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) แวะถ่ายรูปกับฝูงไดโนเสาร์หินจำลอง และขับเลยไปเที่ยววัดพุทธนิมิตภูค่าว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที) พาเด็กๆ เข้าไปในพระมหาเจดีย์ไปกราบพระพุทธนิมิตเหล็กไหล ซึ่งสร้างจากเหล็กไหลทั้งองค์ พระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุ และพระพุทธรูปต่างๆมากมาย เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ครอบครัว และเข้าไปชมอุโบสถไม้แกะสลักลายสวยงามทั้งหลัง ภายในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีดำสนิทเหมือนองค์พระพุทธนิมิตเหล็กไหลที่ประดิษฐานอยู่ด้านในเจดีย์มหาธาตุ บริเวณวัดสงบ ร่มรื่น อนุรักษ์ธรรมชาติไว้ได้ดีมาก มีนกยูงอยู่หลายตัวทีเดียว เสียดายเวลามีจำกัดต้องพาเด็กๆ เข้าร่วมกิจกรรมตอน 10 โมงเช้า เลยไม่ได้เดินไปกราบพระไสยาสน์ภูค่าว (พระนอนแกะสลักบนแผ่นผาอายุนับพันปี) ซึ่งอยู่ในบริเวณวัด

ออกจากวัดก็ขับรถย้อนกลับไปทางเดิมเพื่อไป #พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 นาที) กิจกรรม “ปิดเทอมเปิดประสบการณ์ เปิดบ้านไดโนเสาร์” เริ่มเวลา 10 โมงเช้า มีเด็กๆ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 15 คน มาจากกรุงเทพฯ แค่ 2 คน คือครอบครัวเรา (ลูกชายคนโต และคนกลาง ส่วนคนเล็กเป็นผู้สังเกตการณ์) ค่าใช้จ่ายเด็กคนละ 300 บาท รวมอาหารกลางวัน (ผู้ปกครองคนละ 100 บาท เฉพาะค่าอาหารและค่าบัตรเข้าชม) ถือว่าถูกมากๆ เมื่อเทียบกับความรู้ ความสนุก และประสบการณ์ที่เด็กๆ ได้รับตลอดทั้งวัน

กิจกรรมเริ่มต้นจากให้เด็กแต่ละคนแนะนำตัว บอกชื่อไดโนเสาร์ที่ชื่นชอบ พร้อมทำท่าและเสียงประกอบ รวมถึงแนะนำนักธรณีวิทยาที่จะมาให้ความรู้แก่เด็กๆ ตลอดรายการ จากนั้นแบ่งกลุ่มเด็กออกเป็น 4 กลุ่ม โดยมีพี่เลี้ยงประกบ และพาเดินมาที่โถงพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีไดโนเสาร์ “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ยืนเด่นกลางโถงรอต้อนรับ ตัวนี้ถือเป็นไฮไลท์ของภูกุ้มข้าว เพราะเป็นบรรพบุรุษของ “ไทรันโนซอรัส เร็กซ์” หรือ “ที-เร็กซ์” จอมโหดจากเรื่อง“จูราสสิกพาร์ก”

5883358773527

นักธรณีวิทยาเริ่มต้นพาเด็กๆ เดินชมภายในอาคารซึ่งจัดแสดงเป็นนิทรรศการถาวร นำเสนอเรื่องราวของไดโนเสาร์อย่างครบเครื่อง น่าตื่นตาตื่นใจ (ผู้ปกครองสามารถเดินตามเด็กๆ ได้) พิพิธภัณฑ์สิรินธรได้รับการยกย่องให้เป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดในอาเซียน เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2551 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด นิทรรศการแบ่งออกเป็น 8 โซน ได้แก่
– โซนที่ 1 : “จักรวาลและโลก” ว่าด้วยเรื่องราวการระเบิดครั้งใหญ่หรือ“บิ๊กแบง” อันนำมาสู่กำเนิดจักรวาล ระบบสุริยะ และโลกของเรา

– โซนที่ 2 : “เมื่อชีวิตแรกปรากฏ” บอกเล่าสภาพของโลก จากดาวเคราะห์ร้อนจัด เมื่อโลกเย็นตัวลง ประกอบกับสภาพบรรยากาศและน้ำที่เหมาะสม นำไปสู่พัฒนาการของการก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิต

– โซนที่ 3 : “พาลีโอโซอิก : มหายุคแห่งวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตโบราณ” จากสัตว์ตัวอ่อนนุ่มไปสู่สัตว์ที่มีเปลือกแข็งหุ้ม ปลาโบราณขนาดใหญ่ยาวกว่า 5 เมตร แมลง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลาน

– โซนที่ 4 แบ่งย่อยเป็น

4.1 : “มีโซโซอิก : มหายุคแห่งสัตว์เลื้อยคลานและไดโนเสาร์” สัตว์เลื้อยคลานก้าวขึ้นมาครองโลก ไดโนเสาร์ครองความยิ่งใหญ่บนแผ่นดิน เทอโรซอร์ที่งามสง่าเป็นจ้าวเวหา สัตว์เลื้อยคลานทะเลขนาดมหึมาเป็นเจ้าสมุทร นกปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดจิ๋วซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ จากคมเขี้ยวของไดโนเสาร์ และสภาพแวดล้อมบนโลกทวีความหลากหลายยิ่งกว่าครั้งใดๆ

4.2 : “ไดโนเสาร์ไทย” ประเทศไทยเป็นแหล่งอาศัยของไดโนเสาร์นานาชนิด นับตั้งแต่พวกกินเนื้อขนาดใหญ่หรือเทอโรพอดที่เป็นญาติสนิทของไทรันโนซอรัส เร็กซ์ และพวกกินพืชคอยาวหรือซอโรพอดซึ่งหนักกว่าช้างหลายตัวรวมกัน ไปจนถึงไดโนเสาร์ปากนกแก้วตัวจิ๋ว

– โซนที่ 5 : “วิถีชีวิตไดโนเสาร์ไทย” มีจุดสนใจหลักอยู่บริเวณโถงไดโนเสาร์ที่จัดแสดงอย่างอลังการ น่าตื่นตาตื่นใจ ประกอบด้วย ไดโนเสาร์ที่พบในเมืองไทยสายพันธุ์ต่างๆ นำโดยไดโนเสาร์ 8 สายพันธุ์ที่พบเฉพาะในเมืองไทย เรียงลำดับตามยุคไปดังนี้

*ยุคไทรแอสสิก ได้แก่ (1) “อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชชิ” ไดโนเสาร์กินพืชที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

*ยุคจูแรสสิก ได้แก่ (2) “สเตโกซอร์” ไดโนเสาร์กินพืช มีแผ่นกระดูกขนาดใหญ่เรียงเป็นแถวอยู่บนหลัง ดูต่างจากชนิดอื่นๆ (3) “ฮิปซิโลโฟดอน” ไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็กของไทย

*ยุคครีเทเซียส ได้แก่ (4) “ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน” ไดโนเสาร์กินพืชชนิดแรกที่พบในไทย มีขนาดความยาวประมาณ 15 เมตร ความสูงประมาณ 3 เมตร (5) “กินรีมิมัส” ไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ มีขนาดราว 1-2 เมตร (6) “สยามโมซอรัส สุธีธรนี” ไดโนเสาร์ที่มีการศึกษาวิจัยเป็นชนิดแรกของไทย (7) “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ไดโนเสาร์วงศ์ไทรันโนซอริเดที่เก่าแก่ที่สุดในโลก บรรพบุรุษเจ้าที-เร็กซ์ (8) “ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ” ไดโนเสาร์ปากนกแก้วชนิดแรกที่พบในไทย

– โซนที่ 6 : “คืนชีวิตให้ไดโนเสาร์” โซนนี้ว่าด้วย เหตุใดไดโนเสาร์จึงสูญพันธุ์ไปจากโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้สันนิษฐานไว้หลายแนวทาง อาทิ ภูเขาไฟระเบิด การคุกคามของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนทิศทาง และที่มีน้ำหนักและได้รับการยอมรับมากที่สุดก็คือความเชื่อที่ว่า มีอุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งชนโลกจนเป็นเหตุนำมาสู่การสิ้นยุคไดโนเสาร์ ก่อนจะนำมาสู่การขุดค้นเพื่อคืนชีวิตให้กับไดโนเสาร์ดังในยุคปัจจุบัน ในโซนนี้ทางพิพิธภัณฑ์ทำเป็นผนังกระจกใส เผยให้เห็นถึงการทำงานของนักธรณีวิทยา

– โซนที่ 7 : “ซีโนโซอิก : มหายุคแห่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” หลังสิ้นยุคไดโนเสาร์ก็เข้าสู่มหายุคซีโนโซอิกอันเป็นยุคของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่มีการขยายเผ่าพันธุ์อย่างรวดเร็ว และพากันเข้ายึดครองภูมิประเทศอันหลากหลาย

– โซนที่ 8 : “เรื่องของมนุษย์” เป็นโซนที่เกี่ยวข้องกับเราโดยตรง แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ เริ่มจาก“ไพรเมต” หรือสัตว์ในตระกูลลิงที่อาศัยบนต้นไม้ และเริ่มวิวัฒนาการมาเป็นสัตว์ที่เดิน 2 ขา และอาศัยบนพื้นดิน แต่ความโดดเด่นของมนุษย์อยู่ที่การพัฒนาการทางสมอง และภูมิปัญญาที่มีความฉลาดกว่าสัตว์ประเภทอื่น

หลังจากเดินจนครบทุกโซนแล้ว เด็กๆ กลับมาที่ห้องประชุม แต่ละกลุ่มรับโจทย์ 4 ข้อจากพี่นักธรณีวิทยา โดยให้เดินกลับไปหาคำตอบในห้องนิทรรศการทั้ง 8 โซน พร้อมให้ตัวแทนผู้ปกครองในแต่ละกลุ่มตามถ่ายรูปเด็กๆ กับคำตอบพร้อมท่าที่เจ๋งที่สุด ส่งกลับมาให้ทีมงานเพื่อโหวตภาพที่คำตอบถูกต้องและท่าประกอบของน้องๆ เจ๋งที่สุดจะได้รับรางวัลปิดท้ายรายการ เด็กๆ สนุกกับกิจกรรมนี้มาก แต่ละกลุ่มรีบวิ่งกลับไปหาคำตอบที่ห้องนิทรรศการพร้อมแอคท่าถ่ายรูปกันสุดฤทธิ์ ได้เหงื่อกันทั้งเด็กและผู้ปกครอง จบกิจกรรมนี้พักรับประทานอาหารกลางวันที่ทีมงานจัดไว้ให้

5883358913147

5883367750783

5883367787428

กิจกรรมช่วงบ่ายเริ่มเวลาบ่ายโมงครึ่ง เป็นกิจกรรมให้เด็กๆ ทำฟอสซิลไดโนเสาร์ ออกไปทำกันด้านหลังห้องแลปของพิพิธภัณฑ์ ทีมงานเตรียมชุดกันเปื้อน ถาดโฟม ทราย ตุ๊กตาไดโนเสาร์ ปูนปลาสเตอร์ ให้เด็กๆ ได้ลงมือทำด้วยตนเอง โดยเริ่มจากใส่ทรายในถาดโฟม หยอดน้ำเล็กน้อยใช้มือกดทรายให้แน่น เอาตุ๊กตาไดโนเสาร์กดลงไปในทรายให้แน่นแล้วเอาออก เห็นเป็นรอยรูปร่างไดโนเสาร์ จากนั้นเทปูนลงบนรอยให้มิด และนำไปตากแดด

ระหว่างรอปูนแห้งทีมงานพาเด็กๆ เดินขึ้นเขาไป 300 เมตร ไปดูหลุมขุดไดโนเสาร์ของจริง ที่พิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว “อาคารพระญาณวิสาลเถร” ตามชื่อสมณศักดิ์ของเจ้าอาวาสวัดสักกะวัน หรือเรียกกันว่าหลวงปู่ไดโนเสาร์ ผู้ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ภายในอาคารจะเห็นซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย โดยพบกระดูกไดโนเสาร์เกือบทั้งตัว กองรวมอยู่กับกระดูกไดโนเสาร์กินพืชอีกชนิดหนึ่ง กระดูกทั้งหมดอยู่ในชั้นหินที่วางตัวอยู่บนไหล่เขาของภูกุ้มข้าวซึ่งมีรูปร่างคล้ายลอมฟาง มีความสูงประมาณ 240 เมตร ปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีได้ขุดค้นซากไดโนเสาร์พบกระดูกมากกว่า 700 ชิ้น เป็นกลุ่มของกระดูกส่วนขา สะโพก ซี่โครง คอ และหางของไดโนเสาร์กินพืชไม่น้อยกว่า 7 ตัว นอกจากนี้ยังพบฟันของไดโนเสาร์ทั้งกินพืช และกินเนื้ออีกอย่างละ 2 ชนิด จากลักษณะของกระดูกพบว่าเป็นไดโนเสาร์กินพืชสกุลภูเวียง (Phuwiangosaurus Sirindhornae ) 1 ชนิด และเป็นไดโนเสาร์กินพืชชนิดใหม่อีก 1 ชนิด คาดว่าอาจเป็นไดโนเสาร์สกุลและชนิดใหม่ของโลก เด็กๆ ใช้เวลาอยู่ในอาคารประมาณ 20 นาที ก็เดินกลับไปดูซากฟอสซิลที่ทำไว้ แห้งพอดี ใช้แปรงปัดทรายออก ก็จะเห็นเป็นรูปร่างฟอสซิลไดโนเสาร์เก็บกลับบ้านไปเป็นที่ระลึก

จากนั้นก็ถึงช่วงไฮไลท์ของกิจกรรมคือการพาเด็กๆ เข้าไปยังห้องกระจกซึ่งเป็นที่ทำงานของนักธรณีวิทยา ด้านในจะมีโต๊ะเก้าอี้ พร้อมอุปกรณ์ถุงทราย ปากกาลมที่สมเด็จพระเทพฯ เคยใช้ทรงงานตอนเสด็จมาที่นี่ วางอยู่ที่มุมหนึ่งกั้นเชือกแดงไว้ จะเห็นกระดูกไดโนเสาร์ของจริงวางเรียงตามโต๊ะต่างๆ เป็นร้อยๆ ชิ้น ห้องนี้ปกติไม่ให้เข้าชมด้านใน นักท่องเที่ยวจะมองเห็นผ่านกระจกใส จะเข้าไปได้ต้องได้รับการอนุมัติจากอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีเท่านั้น เด็กๆ และผู้ปกครองโชคดีได้มีโอกาสเข้าไปเห็นของจริง และได้รับอนุญาตให้ใช้นิ้วมือแตะกระดูกของจริงได้ โดยมีทีมงานดูแลใกล้ชิด สัมผัสด้วยตาและมือเผินๆ คือก้อนหิน แต่นักธรณีวิทยาที่ดูเป็นจะบอกว่ามีลักษณะของชั้นผิวหนังต่างๆ มีความพรุน กิจกรรมนี้ตื่นเต้นกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่

จากนั้นทีมงานนำเด็กๆ เดินกลับมาที่ห้องประชุมอีกครั้งให้เด็กๆ ทำกิจกรรมสุดท้ายคือเพ้นท์ผ้าบาติกรูปไดโนเสาร์ และประกาศผลรางวัลกลุ่มที่ตอบคำถามพร้อมภาพประกอบโดนใจทีมงานที่สุด และรางวัลเพ้นท์ผ้าบาติกได้สวยที่สุด จบกิจกรรมด้วยการมอบประกาศนียบัตรแก่เด็กๆ ที่บริเวณโถงต้อนรับที่มีไดโนเสาร์ “สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ยืนเด่น พร้อมถ่ายรูปหมู่ กิจกรรมเสร็จประมาณบ่าย 4 โมงเย็น ถ้าพาลูกๆ มาดูเองคงไม่ได้ความรู้เท่านี้ เพราะเด็กๆ ที่สนใจจะถามคำถามแบบไม่มีที่สิ้นสุด แม่จนปัญญาจะตอบได้จริงๆ ดังนั้น การเดินทางมาร่วมกิจกรรมที่นี่จึงเกินคุ้ม ได้ความรู้จากผู้รู้จริง ได้ประสบการณ์และความสนุกทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ เกินความคาดหมายมากๆ ผู้ปกครองที่ลูกหลานชอบไดโนเสาร์แนะนำที่นี่เลยค่ะ กิจกรรมลักษณะนี้จะมีจัดช่วงปิดเทอมใหญ่ (2 ครั้ง ปีนี้จัดวันที่ 1 และวันที่ 22 เม.ย.) และปิดเทอมเล็ก (ต.ค.) ติดตามข่าวสารได้จากเพจของพิพิธภัณฑ์ https://www.facebook.com/sirindhorn.museum/

เสร็จจากกิจกรรมก็ขับรถพาเด็กๆ ไปชมวิวแหลมโนนวิเศษ และถ่ายภาพกับสะพานเทพสุดาซึ่งเป็นสะพานข้ามน้ำจืดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที) บรรยากาศตอนเย็นสวยมาก เสร็จแล้วก็ขับต่อไปเขื่อนลำปาว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นเขื่อนดินสร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ ชมสันเขื่อน และบริเวณโดยรอบ ลมเย็น อากาศดี ออกจากเขื่อนประมาณ 6 โมงเย็น จากนั้นก็มุ่งหน้ากลับจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่มีโรงแรมดีๆ ร้านอาหารเจ๋งๆ ให้เลือกเยอะ แม่และลูกๆ เลือกพักที่ โรงแรม Pullman Khon Kaen Raja Orchid (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) อยู่ใจกลางเมือง สะดวกสบาย ที่สำคัญมีร้านอาหารในโรงแรมอยู่หลายร้านทั้งญี่ป่น อิตาเลี่ยน เยอรมัน จีน ไทย สะดวกสำหรับเด็กๆ เพราะกว่าจะถึงที่พักก็ประมาณทุ่มกว่าๆ แล้ว หมดแรง โรงแรมนี้จึงตอบโจทย์ที่สุด

วันที่ 3 : อาทิตย์ 2 เม.ย. 2560

Dinosaur Trip วันสุดท้าย เด็กๆ ตื่นมาขอลงว่ายน้ำแต่เช้า เสร็จแล้วค่อยทานข้าว อาหารเช้าที่โรงแรมหลากหลาย และอร่อยใช้ได้เลย Check out ประมาณ 10.30 น. เสร็จแล้วขับพาเด็กๆ ไปกราบศาลหลักเมืองขอนแก่นที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มากเพื่อความเป็นศิริมงคลก่อนกลับบ้าน (อยู่ใกล้ๆ โรงแรม) จากนั้นขับรถชมเมืองขอนแก่นรอบๆ ผ่านบึงแก่นนคร แวะเติมน้ำมัน แล้วมุ่งหน้าสู่สนามบินเพื่อคืนรถเช่า และโหลดกระเป๋า ก่อนขึ้นเครื่องกลับเวลาบ่ายสองโมงเย็น

สรุป Dinosaur Trip นี้เพื่อลูกอย่างแท้จริง สนุกเกินความคาดหมาย ได้ความรู้ เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับทั้งแม่และลูก อากาศเป็นใจ เย็นสบาย วัดก้อสวยงามมาก ขอบคุณพิพิธภัณฑ์สิรินธร (พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว) ที่จัดกิจกรรมดีๆให้เด็กๆ แนะนำเลยค่ะ

วันที่ 1

– รับรถเช่าที่สนามบินขอนแก่น

– อาหารกลางวันแวะซื้อไก่ย่างข้าวเหนียวที่สามแยกภูเวียง

– พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จ.ขอนแก่น

– พระมหาธาตุแก่นนคร วัดหนองแวง จ.ขอนแก่น

– พระธาตุยาคู จ.กาฬสินธุ์

– Dino Studio Luxury Homestay

– อาหารเย็นที่ Food Court ตลาดโต้รุ่งกาฬสินธุ์ (จากโรงแรมเดินไปได้)

วันที่ 2

– อาหารเช้าที่โรงแรม

– สวนไดโนเสาร์ จ.กาฬสินธุ์

– วัดพุทธนิมิตภูค่าว จ.กาฬสินธุ์

– พิพิธภัณฑ์สิรินธร (พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว) จ.กาฬสินธุ์

– อาหารกลางวันรวมอยู่ในค่ากิจกรรม (ไข่เจียว ไก่ทอด แกงไก่)

– สะพานเทพสุดา (สะพานข้ามน้ำจืดที่ยาวที่สุดในป.ไทย) จ.กาฬสินธุ์

– แหลมโนนวิเศษ จ.กาฬสินธุ์

– เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์

– Pullman Khon Kaen Raja Orchid

– อาหารเย็นที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยนในโรงแรม อร่อยใช้ได้เลย

วันที่ 3

– อาหารเช้าที่โรงแรม

– ศาลหลักเมือง จ.ขอนแก่น

– บึงแก่นนคร

– ขับรถชมรอบเมืองขอนแก่น

– คืนรถเช่าที่สนามบินขอนแก่น

– ขึ้นเครื่องกลับกทม.
แม่อ้อม

#ครอบครัวอาสาเที่ยวดะ

#dinosaurtrip
======================

ครอบครัวอาสาฯ แนะนำตัว

5883374859308

พ่อเคน แม่อ้อม น้องปราณต์ (7ขวบ) น้องปูรณ์ (5 ขวบ) และน้องปริณ (3 ขวบ)
พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก ความรู้และประสบการณ์นอกเหนือจากตำรา หาได้จากรอบตัว จริงๆการพาลูกไปเที่ยวเป็นการเปิดประสบการณ์ และเป็นการเรียนรู้ด้วยกันของทั้งพ่อแม่และลูก เราได้เป็นทั้งพ่อแม่และเพื่อนของเขาในเวลาเดียวกัน การพาไปในแต่ละที่ เด็กๆไม่ใช่แค่ได้ความสนุกจากการไปเยี่ยมชมแค่สถานที่เท่านั้น แต่ยังให้พวกเขาได้มีโอกาสพบเจอ คนที่หลากหลาย สังคมใหม่ๆ นอกเหนือจากที่สังคมเขาใช้ชีวิตอยู่เป็นประจำ จะได้เปิดโลกและมุมมอง ของเด็กให้กว้างขึ้นค่ะ
====================

แบ่งปันเรื่องราวการพาลูกเที่ยวบนเพจพาลูกเที่ยวดะ กันค่ะ

ส่งเรื่องมาทาง inbox

หรือ line: @palukteawda

มาร่วมแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ จุดประกายครอบครัวอื่นๆได้ลองไปเที่ยว ไปเล่น และเรียนรู้กับเด็กๆ ค่ะ

Comments

Powered by Facebook Comments

พาลูกเที่ยวดะอื่นๆ